การทอดไข่ดาวในกระทะเทฟลอนที่สารเคลือบหลุดลอกแล้วสารเทฟลอนที่กินเข้าไปจะถูกขับออกมาหรือตกค้างในตับ
จริง ๆ แล้วสารเคลือบที่เราเรียกว่า “เทฟลอน” คือโพลิเมอร์ชนิดหนึ่งชื่อว่า Polytetrafluoroethylene (PTFE) ซึ่งโดยตัวมันเองค่อนข้างเฉื่อยทางเคมีและไม่ละลายในน้ำหรือสารในร่างกายค่ะ ดังนั้นเมื่อสารเทฟลอนหลุดลอกจากกระทะแล้วปนไปกับอาหารและเรากินเข้าไป สารนี้มักจะไม่ถูกย่อยหรือดูดซึมตามทางเดินอาหาร แต่จะถูกขับออกมาในลักษณะคล้ายกับการผ่านของเส้นใยอาหารที่ไม่ย่อยค่ะ
อย่างไรก็ตาม ควรพิจารณาในบางกรณีดังนี้:
- ปริมาณที่กินเข้าไป: ถ้าเป็นเศษเล็กน้อยโดยบังเอิญ ร่างกายมักจะขับออกทางอุจจาระโดยไม่มีการตกค้างค่ะ
- สารอื่นที่เกี่ยวข้อง: กระทะที่เสื่อมมากอาจมีการสึกของโลหะหรือสารจากชั้นรองพื้น ซึ่งบางชนิดอาจมีโลหะหนักและสามารถสะสมในตับหรือไตได้ค่ะ
- ความร้อนสูงมาก: การใช้กระทะเทฟลอนที่ร้อนเกิน ~260°C อาจทำให้เกิดการสลายตัวของ PTFE และปล่อยไอสาร เช่น perfluorooctanoic acid (PFOA) ซึ่งหากสูดดมในปริมาณมากอาจให้ผลกระทบต่อระบบหายใจ และสาร PFOA บางชนิดมีรายงานเกี่ยวข้องกับการสะสมในร่างกายค่ะ
สรุปโดยรวม: ถ้าเป็นเศษเทฟลอนจากการทอดไข่ดาวที่หลุดลอกเล็กน้อยและกินเข้าไป ร่างกายจะขับออกและไม่ตกค้างในตับค่ะ แต่หากใช้กระทะที่ชำรุดจนสารหลุดลอกมากหรือใช้ความร้อนสูงมากบ่อย ๆ ควรเปลี่ยนกระทะใหม่เพื่อลดความเสี่ยงค่ะ และถ้าเกิดอาการผิดปกติ เช่น ปวดท้อง คลื่นไส้ หรือระบบหายใจมีปัญหา ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจค่ะ