อาการปวดและชาที่ส้นเท้าจากภาวะกดทับเส้นประสาททาร์ซัลทันเนล

อาการปวดและชาที่ส้นเท้าลามไปถึงฝ่าเท้าเวลาวิ่งเกิดจากเส้นประสาททาร์ซัลทันเนลถูกกดทับคล้ายๆ พังผืดทับเส้นประสาทที่ข้อมือใช่ไหม

จากที่คุณอธิบาย อาการปวดและชาที่ส้นเท้าลามไปถึงฝ่าเท้าเวลาวิ่ง อาจมีความเกี่ยวข้องกับ ภาวะเส้นประสาททาร์ซัลทันเนล (Tarsal Tunnel Syndrome) ได้ค่ะ ภาวะนี้มีลักษณะคล้ายกับ Carpal Tunnel Syndrome ที่ข้อมือ เพราะเป็นการที่เส้นประสาท (โดยเฉพาะเส้น tibial nerve) ถูกกดทับบริเวณอุโมงค์เล็กๆ ใต้ตาตุ่มด้านใน ทำให้เกิดอาการปวด ชา หรือแสบร้อนที่ฝ่าเท้าหรือส้นเท้าค่ะ

สาเหตุที่ทำให้เกิดการกดทับมีหลายอย่าง เช่น

  • การวิ่งหรือฝึกซ้อมหนักเกินไป จนเกิดการอักเสบของเส้นเอ็นหรือเนื้อเยื่อรอบๆ
  • เท้าผิดรูป เช่น เท้าแบนหรือเท้าโก่ง ส่งผลให้มีแรงกดลงบนเส้นประสาทมากขึ้น
  • พังผืดหรือก้อนเนื้อเล็กๆ ในอุโมงค์นี้ เช่น ganglion cyst ที่กดทับเส้นประสาท
  • การบาดเจ็บข้อเท้า เช่น ข้อเท้าพลิกที่ทำให้เกิดบวมในช่องทางเดินเส้นประสาทค่ะ

วิธีวินิจฉัยที่แน่นอนต้องใช้การตรวจร่างกายประกอบกับการทดสอบ เช่น Tinel’s sign ที่ตาตุ่มด้านใน หรืออาจใช้ การตรวจด้วยคลื่นไฟฟ้ากล้ามเนื้อ (Nerve conduction study) ร่วมกับ MRI/Ultrasound เพื่อดูการกดทับของเส้นประสาทค่ะ ส่วนการรักษาเริ่มจากการพัก ลดกิจกรรมที่กระตุ้นอาการ ประคบเย็น ใส่รองเท้าหรือแผ่นเสริมอุ้งเท้าเพื่อลดแรงกด และอาจใช้ยาต้านการอักเสบ ในกรณีที่ไม่ดีขึ้นแพทย์อาจพิจารณาการฉีดสเตียรอยด์หรือนัดผ่าตัดเพื่อคลายการกดทับค่ะ

ถ้าคุณเริ่มมีอาการชาร่วมกับการอ่อนแรงของเท้า หรือรู้สึกว่าขอบฝ่าเท้าด้านใน-ด้านนอกมีความรู้สึกน้อยลง แนะนำว่าควรไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านกระดูกและข้อหรือเวชศาสตร์การกีฬาเพื่อตรวจอย่างละเอียดโดยเร็วค่ะ เพราะหากปล่อยไว้นาน อาจทำให้เส้นประสาทเกิดความเสียหายถาวรได้ค่ะ