ความปลอดภัยและเหตุผลที่ยังใช้อีซีที (ECT) รักษาโรคซึมเศร้ารุนแรง

การทำอีซีทีหรือการช็อตไฟฟ้าสมองเพื่อรักษาโรคซึมเศร้ารุนแรงมีอันตรายต่อความจำถาวรไหมและทำไมถึงยังใช้อยู่

การทำอีซีที (Electroconvulsive Therapy: ECT) คือการใช้กระแสไฟฟ้าปริมาณต่ำส่งผ่านสมองในช่วงเวลาสั้น ๆ ภายใต้การดมยาสลบ เพื่อกระตุ้นให้เกิดการชักหลอดเลือดในสมองอย่างควบคุม ช่วยปรับสมดุลสารเคมีในสมองที่เกี่ยวข้องกับอารมณ์และความคิดค่ะ เรื่องความจำ เป็นจริงที่อีซีทีอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงต่อความจำได้ แต่ส่วนใหญ่เป็น ความจำระยะสั้น (เช่น จำเหตุการณ์ใกล้ช่วงการรักษาไม่ได้ชั่วคราว) และมักดีขึ้นภายในไม่กี่สัปดาห์ถึงไม่กี่เดือนหลังหยุดการรักษา ปัญหาความจำถาวรมีโอกาสเกิดน้อยมาก โดยปัจจุบันเทคนิคและการตั้งค่ากระแสไฟมีการปรับเพื่อให้เกิดผลข้างเคียงน้อยที่สุดค่ะ

เหตุผลที่วงการแพทย์ยังใช้อีซีทีอยู่ แม้ว่าจะมีการพัฒนาและมีทางเลือกอื่น เช่น ยาต้านซึมเศร้า หรือการกระตุ้นสมองด้วยแม่เหล็ก (TMS) ก็เพราะ ECT ยังคงเป็นวิธีที่ได้ผลสูงและรวดเร็ว ในกรณีรุนแรง เช่น ผู้ป่วยซึมเศร้าที่มีความเสี่ยงสูงต่อการฆ่าตัวตาย ซึมเศร้าที่ดื้อต่อยา หรือมีภาวะซึมเศร้าพร้อมกับอาการโรคจิต อีซีทีสามารถทำให้อาการดีขึ้นภายในไม่กี่ครั้ง ซึ่งช่วยชีวิตผู้ป่วยได้ ในขณะที่ยาอาจต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์กว่าจะออกฤทธิ์ค่ะ

ปัจจัยที่ทำให้ความเสี่ยงต่อความจำลดลงในปัจจุบัน ได้แก่

  • ใช้ unilateral ECT (กระแสผ่านสมองข้างเดียว) แทน bilateral ในหลายกรณี
  • ใช้กระแสไฟฟ้าขนาดต่ำ ปรับระยะคลื่นสั้น (brief pulse)
  • การวางยาสลบและให้ยาคลายกล้ามเนื้ออย่างเหมาะสม
    ดังนั้น แพทย์มักพิจารณาอย่างรอบคอบ โดยให้ทำเฉพาะในกรณีที่ประโยชน์คุ้มกว่าความเสี่ยง และติดตามประเมินผลข้างเคียงตลอดการรักษาค่ะ