กินผลไม้รสหวานหลังอาหารเย็นกับความเสี่ยงไขมันพอกตับ

การกินผลไม้รสหวานจัดอย่างมะม่วงสุกหรือทุเรียนหลังอาหารเย็นทำให้ไขมันไปพอกตับได้เร็วกว่าการกินตอนเช้าจริงหรือ

โดยหลักการแล้ว การเกิดไขมันพอกตับจะสัมพันธ์กับ “ปริมาณพลังงานและน้ำตาลทั้งหมด” ที่ร่างกายได้รับเกินความต้องการในแต่ละวัน มากกว่าช่วงเวลาที่รับประทานค่ะ แต่เวลาที่กินก็มีผลทางอ้อมอยู่เหมือนกัน โดยเฉพาะถ้ากินช่วงเย็นหรือก่อนนอน ซึ่งร่างกายมีกิจกรรมน้อยลง ทำให้การใช้พลังงานลดลง น้ำตาลและพลังงานส่วนเกินอาจถูกเปลี่ยนเป็นไตรกลีเซอไรด์และเก็บสะสมในตับและเนื้อเยื่อไขมันได้ง่ายขึ้นค่ะ

สิ่งที่ควรพิจารณา:

  • ปริมาณฟรุกโตสสูงในผลไม้รสหวานจัด เช่น มะม่วงสุกและทุเรียน สามารถถูกเปลี่ยนเป็นไขมันในตับได้ หากรับมากเกินความต้องการพลังงานของร่างกายในวันนั้นค่ะ
  • เวลากิน หากกินตอนเช้า ร่างกายยังมีกิจกรรมตลอดทั้งวันเพื่อเผาผลาญพลังงาน น้ำตาลจึงมีโอกาสถูกนำไปใช้เป็นพลังงานก่อนที่จะถูกเก็บเป็นไขมัน
  • พลังงานสะสมทั้งวัน ถ้าช่วงกลางวันกินคาร์โบไฮเดรตหรือของหวานมากแล้ว มารับผลไม้รสหวานจัดในมื้อเย็น ก็จะยิ่งทำให้พลังงานรวมสูงขึ้น เสี่ยงต่อการสะสมไขมันในตับและร่างกายค่ะ

สรุปคือ การกินผลไม้รสหวานจัดหลังอาหารเย็นอาจทำให้เกิดการสะสมพลังงานส่วนเกินง่ายขึ้นกว่าตอนเช้า แต่ไขมันพอกตับไม่ได้เกิดขึ้นทันทีในวันเดียว จะเกิดจากการได้รับพลังงานและน้ำตาลเกินเป็นประจำต่อเนื่องค่ะ หากต้องการลดความเสี่ยง แนะนำให้ควบคุมปริมาณผลไม้รสหวาน และถ้ากินช่วงเย็น ควรกินแต่น้อย หรือเลือกผลไม้ที่มีน้ำตาลต่ำกว่าแทน เช่น ฝรั่ง แอปเปิ้ล หรือเบอร์รีค่ะ