ยาหยอดตาแก้ตาแดงที่มีสเตียรอยด์ผสมถ้าซื้อมาใช้เองบ่อยๆ จะทำให้ความดันตาขึ้นและเสี่ยงเป็นต้อหินไหม
การใช้ยาหยอดตาที่มีส่วนผสมของสเตียรอยด์โดยซื้อมาใช้เองบ่อยๆ โดยไม่มีการติดตามจากจักษุแพทย์ สามารถทำให้เกิดความเสี่ยงทั้งในระยะสั้นและระยะยาวได้ค่ะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาความดันตาสูงและต้อหิน ซึ่งเกิดจากสเตียรอยด์ไปทำให้ระบบระบายน้ำในตา (trabecular meshwork) ทำงานได้ไม่ดี ส่งผลให้น้ำในลูกตาระบายออกช้าลง ทำให้ความดันภายในลูกตาสูงขึ้น
-
ความเสี่ยงที่ชัดเจน
- ความดันตาสูง (Ocular hypertension) ซึ่งถ้าเป็นนานๆ จะเพิ่มโอกาสทำลายเส้นประสาทตาและกลายเป็นต้อหินชนิดเปิดมุม (Open-angle glaucoma)
- ต้อกระจก โดยเฉพาะชนิด posterior subcapsular cataract เมื่อใช้ต่อเนื่องเป็นเวลานาน
- ภาวะติดเชื้อแฝงในตาเลวร้ายลง เช่น ไวรัสเริม (Herpes simplex keratitis) เพราะสเตียรอยด์จะกดภูมิคุ้มกัน
- อาการตาแห้งหรือระคายเคืองหากใช้ติดต่อกันบ่อยเกินไป
-
สิ่งที่ควรระวังและคำแนะนำ
- การวินิจฉัยอาการตาแดงด้วยตนเองมีความเสี่ยง เพราะตาแดงมีหลายสาเหตุ เช่น ภูมิแพ้ ติดเชื้อไวรัส/แบคทีเรีย ต้อหินมุมปิดระยะเฉียบพลัน หรือปัญหาอื่นๆ
- ควรใช้สเตียรอยด์เฉพาะเมื่อแพทย์แนะนำ และมักจำเป็นต้องติดตามวัดความดันตาเป็นระยะ
- หากจำเป็นต้องใช้ยาหยอดที่มีสเตียรอยด์เกิน 1–2 สัปดาห์ ควรให้แพทย์ตรวจ eyes pressure (IOP) และตรวจจอประสาทตาเพื่อติดตามภาวะแทรกซ้อน
สรุปคือ การใช้ยาหยอดตาที่มีสเตียรอยด์บ่อยๆ และต่อเนื่องโดยไม่มีการติดตามจากแพทย์ มีโอกาสทำให้ความดันตาสูงขึ้นและเสี่ยงต่อการเป็นต้อหินค่ะ หากมีอาการตาแดงเรื้อรัง ควรตรวจหาสาเหตุและให้แพทย์เลือกวิธีรักษาที่ปลอดภัยกว่านะคะ