ปวดท้องแบบบิดๆ รอบสะดือแล้วมีอาการคลื่นไส้อยากอาเจียนร่วมด้วยคืออาหารเป็นพิษหรือไส้ติ่ง
อาการปวดท้องแบบบิดๆ บริเวณรอบสะดือร่วมกับคลื่นไส้และอยากอาเจียน สามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุค่ะ สองกลุ่มโรคที่พบบ่อยคือ อาหารเป็นพิษ/กระเพาะลำไส้อักเสบจากการติดเชื้อ และ ไส้ติ่งอักเสบ แต่ลักษณะอาการและความรุนแรงมีความแตกต่างกันดังนี้ค่ะ
1. ลักษณะอาการที่มักพบในอาหารเป็นพิษหรือกระเพาะลำไส้อักเสบจากเชื้อโรค
- ปวดท้องบิดเป็นพักๆ รอบสะดือหรือทั่วท้อง
- มักมีถ่ายเหลวหรือท้องเสียร่วมด้วย
- คลื่นไส้ อาเจียน อาจมีไข้ต่ำ
- อาการมักเกิดหลังรับประทานอาหารปนเปื้อนในช่วง 1–8 ชั่วโมง หรือบางเชื้ออาจหลายชั่วโมงถึงวัน
- ส่วนใหญ่ดีขึ้นใน 1–3 วันหากดื่มน้ำและพักผ่อนเพียงพอ
2. ลักษณะอาการที่มักพบในไส้ติ่งอักเสบ
- เริ่มปวดรอบสะดือ จากนั้นภายใน 6–24 ชั่วโมงอาการปวดจะเคลื่อนมาที่ท้องน้อยด้านขวาและปวดมากขึ้น
- มักมีไข้ต่ำถึงปานกลาง
- คลื่นไส้และอาเจียนเกิดขึ้นหลังเริ่มปวดท้อง
- อาจไม่มีอาการท้องเสีย (บางรายอาจมี แต่ไม่ใช่อาการหลัก)
- ถ้าไม่รักษา อาจมีการแตกของไส้ติ่งซึ่งเป็นอันตรายรุนแรง
คำแนะนำเบื้องต้น
หากคุณมีอาการดังกล่าวและรู้สึกว่าปวดท้องรุนแรง ปวดต่อเนื่องมากขึ้น โดยเฉพาะถ้าเคลื่อนมาปวดที่ท้องน้อยขวา หรือมีไข้สูง อาเจียนบ่อย กินไม่ได้ ควรไปพบแพทย์ทันทีเพื่อให้ตรวจร่างกายและอาจต้องตรวจเลือดหรือทำภาพถ่ายทางการแพทย์ค่ะ แต่ถ้ามีอาการปวดเป็นพักๆ ร่วมกับท้องเสียหลังจากทานอาหารเพียงไม่นาน และไม่มีอาการปวดเฉพาะจุด อาจเป็นอาหารเป็นพิษ ซึ่งสามารถเริ่มจากการดูแลตนเอง เช่น ดื่มน้ำเกลือแร่ งดอาหารรสจัดและไขมันสูง และเฝ้าระวังอาการค่ะ