อาการปวดส้นเท้าเวลาใส่รองเท้าสตั๊ดเตะฟุตบอลเกิดจากปุ่มรองเท้าแทงฝ่าเท้าหรือเอ็นฝ่าเท้าอักเสบเซเวอร์สดีซีสในเด็ก
อาการปวดส้นเท้าเวลาใส่รองเท้าสตั๊ดเตะฟุตบอลสามารถเกิดจากหลายสาเหตุค่ะ โดยในเด็กและวัยรุ่นที่เล่นกีฬามักจะเจอบ่อยจาก 3 กลุ่มหลักคือ
- ปุ่มรองเท้าสตั๊ดกดหรือแทงฝ่าเท้า – พื้นรองเท้าสตั๊ดมีปุ่มแข็งเพื่อยึดเกาะสนาม ทำให้แรงกดเฉพาะจุดที่ส้นเท้าสูงขึ้น โดยเฉพาะถ้าพื้นรองเท้าบางหรือไม่มีแผ่นรองเพิ่มเติม อาจทำให้เจ็บและเกิดการระคายเคืองได้ค่ะ
- เอ็นฝ่าเท้าอักเสบ (Plantar Fasciitis) – มักพบในคนที่ใช้เท้าเยอะหรือมีแรงกระแทกซ้ำๆ เช่นการวิ่งและเตะฟุตบอล อาการคือปวดส้นเท้า โดยเฉพาะตอนเริ่มเดินหรือหลังเล่นกีฬา
- โรคเซเวอร์ ดีซีส (Sever’s Disease) – เป็นการอักเสบที่ตำแหน่งเชื่อมระหว่างกระดูกส้นเท้าและเอ็นร้อยหวายในเด็กหรือวัยรุ่นที่กระดูกยังโตไม่เต็มที่ มักพบในช่วงอายุ 8–14 ปี อาการคือปวดส้นเท้าขณะและหลังออกกำลังกายค่ะ
การแยกสาเหตุควรพิจารณาจากลักษณะอาการ เช่น
- ถ้าเจ็บเมื่อใส่รองเท้าสตั๊ดหรือปุ่มรองเท้าแข็งกด อาจเกี่ยวกับแรงกดจากรองเท้า
- ถ้าเจ็บทันทีตอนเริ่มเดินในตอนเช้า หรือหลังพัก อาจเกี่ยวกับเอ็นฝ่าเท้าอักเสบ
- ถ้าเป็นเด็กหรือวัยรุ่นและปวดส้นเท้าขณะเล่นหรือหลังเล่นกีฬา โดยดีขึ้นเมื่อพัก อาจเป็น Sever’s Disease ค่ะ
การดูแลเบื้องต้นสามารถทำได้ เช่น
- เปลี่ยนหรือเพิ่มแผ่นรองนุ่มในรองเท้า
- ยืดกล้ามเนื้อและเอ็นร้อยหวายสม่ำเสมอ
- ประคบเย็นหลังเล่นกีฬาเพื่อลดการอักเสบ
- ลดความถี่หรือความรุนแรงของการเล่นชั่วคราว
หากอาการไม่ดีขึ้นภายใน 1–2 สัปดาห์ หรือมีอาการบวม แดง หรือเดินลำบาก ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยและรับการรักษาที่เหมาะสมค่ะ