ความเสี่ยงจากการกินถั่วลิสงคั่วเก่าและเชื้อราที่ไม่เห็นด้วยตา

กินถั่วลิสงคั่วที่ทิ้งไว้นานจนมีกลิ่นหืนเชื้อราที่มองไม่เห็นจะสะสมและทำลายเซลล์ตับจนกลายเป็นตับแข็งได้ไหม

ถั่วลิสงคั่วที่ทิ้งไว้นานจนมีกลิ่นหืน อาจไม่เพียงแต่มีไขมันที่เสื่อมสภาพ แต่ยังมีโอกาสปนเปื้อนเชื้อราที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่าค่ะ โดยเฉพาะเชื้อรา Aspergillus flavus และ Aspergillus parasiticus ซึ่งสามารถสร้างสารพิษอะฟลาท็อกซิน (Aflatoxin) ที่เป็นสารก่อมะเร็งและมีผลต่อการทำลายเซลล์ตับอย่างรุนแรงค่ะ

  • ผลลัพธ์จากการได้รับสารอะฟลาท็อกซิน

    1. ระยะสั้น: อาจเกิดพิษต่อตับอย่างเฉียบพลัน ทำให้คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง มีภาวะตับอักเสบเฉียบพลันค่ะ
    2. ระยะยาว: หากได้รับสะสมในปริมาณน้อยแต่ต่อเนื่อง อาจทำให้เซลล์ตับถูกทำลายเรื่อย ๆ จนเกิดพังผืดในตับ และนำไปสู่ภาวะตับแข็งหรือตับวายค่ะ
    3. เพิ่มความเสี่ยงต่อมะเร็งตับ โดยเฉพาะในผู้ที่มีไวรัสตับอักเสบบีหรือซีร่วมด้วยค่ะ
  • ปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยง

    • การเก็บถั่วในที่ชื้น อุณหภูมิสูง และนานเกินไป
    • กลิ่นหืนหรือรสชาติผิดปกติบ่งบอกว่าไขมันเสื่อมสภาพและอาจมีเชื้อราปนเปื้อน
    • การปนเปื้อนเชื้อราไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยตาเปล่า เพราะเชื้อราสามารถซ่อนอยู่ในเนื้อถั่วคะ

ดังนั้น แนะนำให้หลีกเลี่ยงการกินถั่วลิสงหรือถั่วทุกชนิดที่มีกลิ่นหืน หรือเก็บไว้นานเกิน 3–6 เดือนในสภาพไม่เหมาะสมค่ะ หากเผลอกินแล้วมีอาการผิดปกติ เช่น คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง หรือเหลือง ควรรีบไปพบแพทย์ทันทีค่ะ การป้องกันคือเก็บถั่วในที่เย็น แห้ง และปิดสนิท รวมถึงตรวจสอบก่อนบริโภคค่ะ