มีผื่นแดงที่ขาหนีบ คันมากๆ จะเป็นเชื้อรามั้ยคับ
อาการผื่นแดงคันที่ขาหนีบ อาจเกิดได้จากหลายสาเหตุค่ะ ซึ่ง สาเหตุที่พบบ่อย ได้แก่
- เชื้อราที่ผิวหนัง (tinea cruris หรือกลากเกลื้อนบริเวณขาหนีบ) มักเกิดจากเชื้อรากลุ่ม dermatophyte ซึ่งชอบขึ้นในบริเวณอับชื้น ผื่นมักมีขอบชัด อาจเป็นวงแดงคัน และลามออกเรื่อยๆ
- การระคายเคืองจากเหงื่อและการเสียดสี เช่น ใส่กางเกงรัดแน่นหรือผ้าไม่ระบายอากาศ
- การแพ้สารสัมผัส เช่น สบู่ ผงซักฟอก หรือครีมบางชนิด
- การติดเชื้อยีสต์ (Candida) มักเกิดในบริเวณอับชื้น โดยเฉพาะในคนที่เหงื่อออกมากหรือมีโรคประจำตัวบางอย่าง เช่น เบาหวาน
การดูแลตนเองเบื้องต้นควรทำดังนี้ค่ะ
- รักษาบริเวณขาหนีบให้แห้งและสะอาด อาบน้ำและซับให้แห้งทุกครั้ง
- ใส่เสื้อผ้าที่หลวม ระบายอากาศได้ดี หลีกเลี่ยงกางเกงรัด
- หากสงสัยว่าเป็นเชื้อรา สามารถใช้ยาทาฆ่าเชื้อรา (antifungal cream) เช่น clotrimazole หรือ ketoconazole ทาวันละ 2 ครั้งต่อเนื่องอย่างน้อย 2 สัปดาห์
- หลีกเลี่ยงการเกาแรงๆ เพราะอาจทำให้ผิวถลอกและติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อนได้
อย่างไรก็ตาม หากผื่นลามกว้างขึ้น มีหนองหรือสะเก็ดเหลือง คันมากผิดปกติ หรือรักษาเองเกิน 1-2 สัปดาห์แล้วยังไม่ดีขึ้น แนะนำให้ไปพบแพทย์ผิวหนังเพื่อตรวจให้แน่ชัดและรับยารักษาที่เหมาะสมค่ะ เพราะบางครั้งอาการอาจคล้ายกันแต่สาเหตุแตกต่าง เช่น สะเก็ดเงิน รูขุมขนอักเสบ หรือปัญหาผิวอื่นๆ ค่ะ