เลือดออกกะปริบกะปรอยระหว่างกินยาคุม เป็นเรื่องปกติหรือไม่

กินยาคุมแล้วมีเลือดออกกะปริบกะปรอย เป็นเรื่องปกติไหมค้า

อาการมีเลือดออกกะปริบกะปรอยระหว่างที่กินยาคุมกำเนิดถือว่าเป็นสิ่งที่พบได้ค่อนข้างบ่อยค่ะ โดยเฉพาะในช่วง 2-3 เดือนแรกที่เริ่มกิน เนื่องจากร่างกายกำลังปรับสมดุลฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรนให้เข้ากับยาค่ะ สาเหตุที่พบบ่อยมีดังนี้

  • การปรับตัวของร่างกายต่อฮอร์โมนจากยาคุม
  • การลืมกินยา หรือกินยาไม่ตรงเวลา
  • ความเข้มข้นของฮอร์โมนในยาคุมต่ำเกินไปสำหรับร่างกายของเรา
  • มีปัญหาสุขภาพอื่น เช่น การติดเชื้อที่ช่องคลอดหรือปากมดลูก (แม้จะพบได้น้อย)

โดยทั่วไปถ้าเลือดออกเพียงเล็กน้อยและไม่มีอาการอื่นร่วม เช่น ปวดท้องรุนแรง มีกลิ่นผิดปกติ หรือเลือดออกนานกว่าปกติ ก็อาจถือว่าเป็นผลข้างเคียงชั่วคราวของยาคุมค่ะ คำแนะนำคือ

  1. กินยาให้ตรงเวลาในทุกวัน
  2. จดบันทึกช่วงที่มีเลือดออกเพื่อแจ้งแพทย์
  3. สังเกตอาการผิดปกติอื่น เช่น เวียนศีรษะ ปวดท้องมาก หรือเลือดออกเยอะผิดปกติ

ถ้าอาการเกิดนานเกิน 3 เดือน หรือมีเลือดออกมากจนต้องเปลี่ยนผ้าอนามัยบ่อยๆ ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจเพิ่มเติม เพราะอาจต้องเปลี่ยนชนิดของยาคุม หรือวินิจฉัยหาสาเหตุอื่น เช่น ติ่งเนื้อ เยื่อบุโพรงมดลูกผิดปกติ หรือการติดเชื้อค่ะ