ทำไมมีกลิ่นตัวมากขึ้นช่วงมีประจำเดือน เกิดจากอะไรได้บ้างค่ะ ป้องกันยังไง
ช่วงมีประจำเดือน ร่างกายผู้หญิงมักจะมีกลิ่นตัวแรงขึ้นได้จากหลายปัจจัยค่ะ โดยสาเหตุหลัก ๆ ได้แก่
- ฮอร์โมนเปลี่ยนแปลง: ระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรนที่ผันผวนทำให้ต่อมเหงื่อ (โดยเฉพาะต่อมเหงื่อแบบอะพอคริน) ทำงานมากขึ้น ส่งผลให้มีเหงื่อและกลิ่นได้ง่ายค่ะ
- ค่า pH และจุลินทรีย์บนผิวหนังเปลี่ยน: ระหว่างมีประจำเดือนค่าความเป็นกรด-ด่างและสภาพผิวอาจเปลี่ยน ทำให้แบคทีเรียที่ก่อให้เกิดกลิ่นเติบโตง่ายขึ้น
- เหงื่อและเลือดประจำเดือน: เลือดมีโปรตีนและธาตุเหล็ก เป็นแหล่งอาหารของแบคทีเรีย เมื่อผสมกับเหงื่อหรือการไม่เปลี่ยนผ้าอนามัยบ่อย ก็อาจทำให้เกิดกลิ่นชัดกว่าเดิมค่ะ
- ความเครียดและอุณหภูมิร่างกาย: บางคนจะมีอุณหภูมิสูงขึ้นเล็กน้อยช่วงมีประจำเดือน ส่งผลให้เหงื่อออกมากขึ้น รวมถึงความเครียดก็ทำให้ต่อมกลิ่นทำงานมากขึ้นเช่นกันค่ะ
การป้องกันและลดกลิ่นสามารถทำได้ด้วย
- ดูแลความสะอาดเป็นพิเศษ: อาบน้ำอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง และล้างทำความสะอาดบริเวณรักแร้และจุดซ่อนเร้นด้วยน้ำสะอาดหรือสบู่อ่อน ๆ
- เปลี่ยนผ้าอนามัยบ่อย: แนะนำทุก 3–4 ชั่วโมงเพื่อป้องกันการสะสมของเลือดและแบคทีเรียค่ะ
- ใช้เสื้อผ้าระบายอากาศดี: เช่น ผ้าฝ้าย เพื่อช่วยลดการอับชื้น
- ใช้โรลออนหรือแป้งระงับกลิ่น: เลือกชนิดที่อ่อนโยนต่อผิวและไม่ก่อให้เกิดการระคายเคือง
- ดื่มน้ำและรับประทานผักผลไม้มากขึ้น: ช่วยปรับสมดุลร่างกาย และลดกลิ่นจากภายในค่ะ
ถ้ากลิ่นตัวช่วงมีประจำเดือนรุนแรงผิดปกติ หรือมีกลิ่นคาวแรงจากช่องคลอดแม้จะดูแลความสะอาดแล้ว อาจต้องพบแพทย์เพื่อตรวจว่ามีการติดเชื้อหรือไม่ค่ะ เพราะบางกรณี เช่น การติดเชื้อแบคทีเรีย หรือเชื้อรา อาจต้องรักษาด้วยยาเฉพาะทางค่ะ