ผ่าฝีคัณสูตรมา 1 สัปดาห์ รู้สึกว่า 1-2 วันนี้มานี้เนื้อบริเวณโคนขาด้านในเป็นก้อนๆแข็งๆ บวมตึงกว่าเดิม ผิวก้นแดงๆ ปวดบ้างบางครั้ง กินพาราแก้เอา มันเกิดจากอะไร
อาการที่เล่ามา หลังผ่าฝีคัณสูตรประมาณ 1 สัปดาห์ แล้วเริ่มมี “ก้อนแข็งๆ บวมตึง เจ็บ ผิวแดง” บริเวณโคนขาด้านในหรือก้น อาจเกิดได้จากหลายสาเหตุค่ะ ซึ่งบางอย่างเป็นอาการหลังผ่าตามปกติ แต่บางอย่างอาจเป็นสัญญาณของการอักเสบหรือติดเชื้อเพิ่มได้ค่ะ โดยสาเหตุที่พบได้ เช่น
- เนื้อเยื่อรอบแผลยังอักเสบและบวมอยู่หลังผ่าตัด ทำให้คลำได้เป็นก้อนแข็งๆ ได้ค่ะ
- มีเลือดหรือของเหลวคั่งใต้ผิวหนัง (hematoma/seroma) ทำให้ตึงและแข็งค่ะ
- แผลเริ่มติดเชื้อหรือมีฝีใหม่เกิดซ้ำ โดยมักมีอาการแดง ร้อน ปวดมากขึ้น บวมมากขึ้น หรือมีหนอง/กลิ่นค่ะ
- ต่อมน้ำเหลืองบริเวณขาหนีบอาจโตจากการอักเสบของแผล ทำให้คลำเป็นก้อนเจ็บได้ค่ะ
- หากมีการรัดของเชือกคัณสูตรหรือการเสียดสีจากการนั่ง เดิน อาจทำให้บวมและระคายเคืองมากขึ้นค่ะ
สิ่งที่ควรสังเกตเพิ่มเติมคือ
- ปวดมากขึ้นเรื่อยๆ หรือพาราเอาไม่ค่อยอยู่ค่ะ
- แดงลาม ร้อน บวมตึงขึ้นชัดเจนค่ะ
- มีไข้ หนาวสั่น เพลียค่ะ
- มีหนอง กลิ่นเหม็น หรือเลือดออกมากผิดปกติค่ะ
- เดิน นั่ง หรือขับถ่ายลำบากกว่าเดิมค่ะ
ถ้ามีข้อใดข้อหนึ่ง แนะนำกลับไปพบศัลยแพทย์หรือโรงพยาบาลที่ผ่าตัดโดยเร็ว เพราะอาจต้องตรวจแผล ระบายหนอง หรือให้ยาปฏิชีวนะเพิ่มเติมค่ะ
ระหว่างนี้ดูแลตัวเองได้โดย
- รักษาความสะอาดแผล ล้างตามที่แพทย์แนะนำค่ะ
- แช่น้ำอุ่นหรือนั่งแช่ก้นในน้ำอุ่นวันละ 10–15 นาที ช่วยลดตึงและช่วยระบายของเหลวได้ค่ะ
- หลีกเลี่ยงนั่งทับนานๆ และใส่เสื้อผ้าที่ไม่รัดค่ะ
- ทานพาราได้ตามฉลาก หากไม่มีโรคตับค่ะ
- ถ้ามีการนัดทำแผลหรือเปลี่ยนเชือกคัณสูตร ควรไปตามนัด เพราะช่วง 1–2 สัปดาห์แรกยังเป็นช่วงที่ต้องติดตามอาการใกล้ชิดค่ะ