ปวดท้องขณะตั้งครรภ์ แค่ปวดเล็กน้อยหรืออันตราย ต้องไปหาหมอไหมครับ
อาการปวดท้องระหว่างตั้งครรภ์สามารถเกิดได้ทั้งจากสาเหตุที่ “ปกติ” และสาเหตุที่ “อันตราย” ค่ะ ถ้าปวดเพียงเล็กน้อย เป็นๆหายๆ ไม่มีเลือดออก และยังใช้ชีวิตได้ตามปกติ มักเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย เช่น มดลูกขยายตัว เอ็นหน้าท้องตึง ท้องอืด แก๊สในลำไส้ หรือท้องผูกค่ะ โดยเฉพาะช่วงไตรมาสแรกและไตรมาสที่สองอาจรู้สึกหน่วงๆ หรือจี๊ดบริเวณท้องน้อยเวลาลุก เดิน หรือเปลี่ยนท่าทางได้ค่ะ การพักผ่อน ดื่มน้ำมากขึ้น และหลีกเลี่ยงการยกของหนักมักช่วยให้อาการดีขึ้นค่ะ
แต่มีบางลักษณะที่ควรระวังและควรพบแพทย์ เพราะอาจเกี่ยวข้องกับภาวะแทรกซ้อนของการตั้งครรภ์ค่ะ เช่น
- ปวดท้องรุนแรง ปวดมากขึ้นเรื่อยๆ หรือปวดข้างเดียวชัดเจนค่ะ
- มีเลือดออกทางช่องคลอด น้ำเดิน หรือมีมูกเลือดค่ะ
- ปวดบีบเป็นจังหวะเหมือนมดลูกหดรัดตัว โดยเฉพาะก่อนอายุครรภ์ 37 สัปดาห์ค่ะ
- มีไข้ หนาวสั่น คลื่นไส้อาเจียนมาก หรือเวียนศีรษะค่ะ
- ปัสสาวะแสบขัด หรือปวดร่วมกับปวดหลัง อาจเป็นการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะค่ะ
- ลูกดิ้นน้อยลงผิดปกติ (ในช่วงที่เริ่มรู้สึกลูกดิ้นแล้ว) ค่ะ
- ปวดไหล่ หน้ามืด หรือเจ็บท้องเฉียบพลันในช่วงแรกของการตั้งครรภ์ อาจต้องระวังภาวะท้องนอกมดลูกค่ะ
หากตอนนี้อาการปวดไม่มาก ไม่มีอาการร่วมอันตราย อาจสังเกตอาการก่อนได้ค่ะ แต่ถ้าไม่แน่ใจ หรืออาการเป็นนานเกิน 1–2 วัน ปวดถี่ขึ้น หรือทำให้กังวล แนะนำให้ติดต่อสูตินรีแพทย์หรือไปตรวจเพื่อความปลอดภัยของคุณแม่และลูกค่ะ โดยเฉพาะถ้าบอกอายุครรภ์และตำแหน่งที่ปวดเพิ่มเติมได้ จะช่วยประเมินได้ละเอียดขึ้นค่ะ