แฟนกินยาลดความดันแล้วมือเท้าบวม ต้องเปลี่ยนยาหรือปรับอาหารยังไงครับ (มาถามให้แฟน)
อาการมือเท้าบวมหลังเริ่มกินยาลดความดัน “เป็นได้” ว่าเกี่ยวกับยาค่ะ โดยเฉพาะยากลุ่มแคลเซียมบล็อกเกอร์ เช่น amlodipine, nifedipine ซึ่งเป็นสาเหตุที่พบบ่อยของอาการเท้าบวม ขาบวม หรือบางคนบวมที่มือร่วมด้วยค่ะ แต่ก็ยังมีสาเหตุอื่นได้ เช่น โรคไต โรคหัวใจ ภาวะโปรตีนต่ำ หรือกินเค็มมากร่วมด้วย ดังนั้นสิ่งสำคัญคือดูว่าเริ่มบวมหลังเริ่มยาไม่นานหรือไม่ บวมสองข้างเท่ากันไหม และมีอาการอื่นร่วมไหมค่ะ
สิ่งที่แนะนำตอนนี้คือ
- อย่าหยุดยาเองทันที เพราะความดันอาจพุ่งสูงได้ค่ะ
- ลองเช็กชื่อยาที่กินอยู่ ถ้าเป็น amlodipine หรือยากลุ่มใกล้เคียง อาการนี้พบได้ค่อนข้างบ่อยค่ะ
- ลดอาหารเค็ม เช่น น้ำปลา ของหมักดอง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ขนมกรุบกรอบ อาหารฟาสต์ฟู้ด เพราะโซเดียมจะทำให้บวมมากขึ้นค่ะ
- ยกเท้าสูงเวลานั่งหรือนอน และหลีกเลี่ยงยืนนาน ๆ ค่ะ
- ดื่มน้ำพอเหมาะ ไม่ต้องงดน้ำเองถ้ายังไม่ได้รับคำสั่งแพทย์ค่ะ
- ถ้าน้ำหนักขึ้นเร็ว รองเท้าแน่น แหวนคับ หรือบวมมากขึ้นเรื่อย ๆ ควรพบแพทย์เพื่อตรวจค่ะ
- บางครั้งแพทย์อาจ “ปรับขนาดยา” หรือ “เปลี่ยนเป็นยากลุ่มอื่น” เช่น ACEI/ARB หรือให้ใช้ร่วมกันเพื่อลดอาการบวมค่ะ ซึ่งต้องให้แพทย์เป็นคนประเมินตามโรคประจำตัวและผลเลือดค่ะ
ควรรีบไปโรงพยาบาลถ้ามีอาการเหล่านี้ร่วมด้วยค่ะ
- หอบเหนื่อย แน่นหน้าอก นอนราบไม่ได้
- บวมเร็วมาก หรือบวมทั้งตัว
- ปัสสาวะน้อยลงมาก
- เวียนหัว หน้ามืด ความดันต่ำผิดปกติ
- บวมข้างเดียว แดง ร้อน เจ็บ เพราะอาจไม่ใช่ผลจากยาอย่างเดียวค่ะ