ท้องผูกเรื้อรังร่วมกับปวดหลัง ควรตรวจอะไรบ้าง

ท้องผูกเป็นเดือนๆ แล้วทำให้ปวดหลังหนัก ต้องตรวจอะไรบ้างค้าบ

อาการท้องผูกเป็นเดือนร่วมกับปวดหลัง อาจเกิดได้ตั้งแต่สาเหตุทั่วไป เช่น กินไฟเบอร์น้อย ดื่มน้ำน้อย นั่งนาน ความเครียด หรือผลข้างเคียงจากยา ไปจนถึงโรคที่ควรตรวจเพิ่มเติม เช่น ลำไส้อุดตันบางส่วน ลำไส้แปรปรวน หมอนรองกระดูกกดเส้นประสาท โรคต่อมไทรอยด์ หรือก้อนในช่องท้องค่ะ โดยเฉพาะถ้าปวดหลังมากขึ้นเวลาถ่าย เบ่งถ่าย หรือมีแน่นท้องร่วมด้วย ควรพบแพทย์เพื่อตรวจละเอียดค่ะ

การตรวจที่มักพิจารณา มีได้ดังนี้ค่ะ

  • ซักประวัติและตรวจร่างกาย: ดูลักษณะอุจจาระ ความถี่ น้ำหนักลดไหม มีเลือดปน ปวดท้อง ท้องอืด หรือชาร้าวลงขาร่วมด้วยไหมค่ะ
  • ตรวจเลือด:
    • CBC ดูภาวะซีด อักเสบ
    • น้ำตาล เกลือแร่ การทำงานไต
    • ตรวจไทรอยด์ (TSH) เพราะไทรอยด์ต่ำทำให้ท้องผูกได้ค่ะ
  • เอกซเรย์ช่องท้อง: ดูอุจจาระค้าง ลำไส้อืด หรือลำไส้อุดตันค่ะ
  • Ultrasound หรือ CT ช่องท้อง: ถ้าสงสัยมีก้อน นิ่ว หรือโรคในอวัยวะภายในค่ะ
  • ส่องกล้องลำไส้ใหญ่ (Colonoscopy): ถ้าอายุเกิน 45–50 ปี หรือมีสัญญาณเตือน เช่น ถ่ายมีเลือด น้ำหนักลด ซีด ประวัติมะเร็งลำไส้ในครอบครัวค่ะ
  • ตรวจเกี่ยวกับกระดูกสันหลัง เช่น X-ray หรือ MRI: ถ้ามีปวดหลังรุนแรง ชาร้าว กลั้นอุจจาระปัสสาวะผิดปกติ หรือสงสัยเส้นประสาทถูกกดค่ะ

สัญญาณที่ควรรีบพบแพทย์เร็ว ได้แก่ ปวดท้องมาก อาเจียน ถ่ายไม่ออกเลยหลายวัน มีไข้ น้ำหนักลด อุจจาระดำหรือมีเลือด ปวดหลังร่วมกับขาอ่อนแรง หรือกลั้นปัสสาวะ/อุจจาระไม่ได้ค่ะ ระหว่างนี้สามารถช่วยตัวเองเบื้องต้นโดยเพิ่มน้ำวันละประมาณ 1.5–2 ลิตร เพิ่มผักผลไม้ ขยับร่างกายสม่ำเสมอ และหลีกเลี่ยงการเบ่งนานค่ะ หากต้องการ ผมช่วยประเมินเพิ่มเติมได้ว่าอาการเข้าข่ายสาเหตุแบบไหน โดยบอกอายุ ระยะเวลาที่ท้องผูก ความถี่การถ่าย ลักษณะอุจจาระ และตำแหน่งปวดหลังเพิ่มเติมได้ค่ะ