แผลในช่องปากที่หายแล้วกลับมาอีก ต้องตรวจอะไรหรือปรับอาหาร/วิตามินดีคะ ใครเคยผ่านมา
แผลในช่องปากที่หายแล้วกลับมาเป็นอีกบ่อย ๆ พบได้ค่อนข้างบ่อยค่ะ สาเหตุมีได้ตั้งแต่เรื่องเล็ก ๆ เช่น พักผ่อนน้อย เครียด นอนดึก กัดกระพุ้งแก้ม หรือแพ้อาหารบางชนิด ไปจนถึงภาวะขาดวิตามินและโรคทางภูมิคุ้มกันบางอย่างค่ะ ถ้าเป็นแผลลักษณะ “ร้อนใน” ซ้ำ ๆ เดือนละหลายครั้ง หรือเป็นทีละหลายแผล ควรเริ่มสังเกตปัจจัยกระตุ้นและอาจพิจารณาตรวจเพิ่มเติมค่ะ
สิ่งที่มักแนะนำให้ตรวจเมื่อเป็นซ้ำบ่อย ได้แก่
- CBC หรือความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด เพื่อดูภาวะโลหิตจางหรือการติดเชื้อค่ะ
- ระดับธาตุเหล็ก Ferritin, วิตามิน B12, โฟเลต เพราะการขาดสารเหล่านี้สัมพันธ์กับแผลในปากเรื้อรังค่ะ
- บางรายอาจตรวจ Zinc และ Vitamin D เพิ่ม โดยเฉพาะถ้ามีอ่อนเพลีย ปวดเมื่อย หรือภูมิคุ้มกันไม่ค่อยดีค่ะ
- ถ้ามีอาการร่วม เช่น ถ่ายเหลวเรื้อรัง น้ำหนักลด ปวดท้อง ผื่น หรือแผลอวัยวะเพศ อาจต้องประเมินโรคลำไส้อักเสบ ภูมิคุ้มกัน หรือ Behçet’s disease ค่ะ
- หากแผลมีลักษณะแปลก เช่น เป็นนานเกิน 2–3 สัปดาห์ ขอบแข็ง เจ็บมาก หรือมีต่อมน้ำเหลืองโต ควรพบแพทย์/ทันตแพทย์เพื่อตรวจละเอียดค่ะ
เรื่องอาหารและการดูแลตัวเอง ช่วยได้พอสมควรค่ะ
- เพิ่มอาหารที่มีวิตามิน B และธาตุเหล็ก เช่น ไข่ ปลา ตับ เนื้อแดง ถั่ว ธัญพืช ผักใบเขียวค่ะ
- ดื่มน้ำมากขึ้น พักผ่อนให้พอ ลดความเครียด และหลีกเลี่ยงอาหารที่ระคายแผล เช่น เผ็ดจัด เปรี้ยวจัด ของทอดแข็ง ๆ ค่ะ
- บางคนเป็นจากยาสีฟันที่มีสาร SLS (ฟองเยอะ) ลองเปลี่ยนสูตรอ่อนโยนอาจช่วยได้ค่ะ
- ถ้าจะเสริมวิตามินเอง ส่วนใหญ่คนมักเริ่มจาก B-complex หรือ Zinc แต่ไม่ควรกินโดสสูงต่อเนื่องโดยไม่ตรวจ เพราะบางชนิดมากเกินไปก็มีผลข้างเคียงค่ะ
- วิตามินดีมีข้อมูลว่าอาจเกี่ยวกับภูมิคุ้มกันและการเกิดร้อนในในบางคน แต่ยังไม่ใช่สาเหตุหลักเสมอไป การตรวจระดับก่อนเสริมจะเหมาะกว่าค่ะ