ผลข้างเคียงยาแก้ปวดงูสวัด วิธีลดปวดโดยไม่ใช้ยา และโอกาสปวดเรื้อรังหรือเป็นซ้ำ

เป็นงูสวัด มา 5 วันแล้ว สามารถอยู่ใช้ชีวิตกับแฟนได้มั้ยค่ะ เพราะแฟนยังไม่เคยเป็นอีสุกอีใสมาก่อน เกรงว่าจะแพร่เชื้อ มีวิธีการใช้ชีวิตร่วมกันได้หรือไม่ค่ะ ที่ไม่แพร่เชื้องูสวัดกับแฟน โดยที่ใช้ชีวิตห้องนอนเดียวกัน

สามารถอยู่ห้องเดียวกันและใช้ชีวิตร่วมกันได้ “แต่ต้องระวังเรื่องการแพร่เชื้อ” ค่ะ โดยงูสวัดเกิดจากเชื้อไวรัสตัวเดียวกับอีสุกอีใส (Varicella-zoster virus) คนที่ไม่เคยเป็นอีสุกอีใสหรือไม่เคยฉีดวัคซีนอีสุกอีใส มีโอกาสติดเชื้อจากผู้ที่เป็นงูสวัดได้ค่ะ แต่ถ้าติด จะไม่ได้เป็น “งูสวัด” ทันที จะเป็น “อีสุกอีใส” แทนค่ะ โดยเชื้อจะแพร่ผ่านการสัมผัสน้ำจากตุ่มผื่นโดยตรง มากกว่าการแพร่ลอยในอากาศเหมือนอีสุกอีใสทั่วไปค่ะ ช่วงที่แพร่เชื้อได้มากคือช่วงที่ยังมีตุ่มน้ำสด และจะลดลงเมื่อแผลเริ่มตกสะเก็ดทั้งหมดค่ะ ซึ่งโดยทั่วไปใช้เวลาประมาณ 7–10 วันหลังเริ่มมีผื่นค่ะ

วิธีใช้ชีวิตร่วมกันเพื่อลดโอกาสแพร่เชื้อ มีดังนี้ค่ะ

  • ปิดผื่นงูสวัดด้วยเสื้อผ้าหรือผ้าก๊อซสะอาด ไม่ให้แฟนสัมผัสโดนตุ่มน้ำโดยตรงค่ะ
  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสผื่น เช่น เกา จับแผล แล้วไปจับของใช้ร่วมกันค่ะ
  • ล้างมือบ่อย ๆ โดยเฉพาะหลังทายาหรือสัมผัสบริเวณผื่นค่ะ
  • ไม่ใช้ผ้าเช็ดตัว เสื้อผ้า หรือของใช้ส่วนตัวร่วมกันในช่วงที่ยังมีตุ่มน้ำค่ะ
  • สามารถนอนห้องเดียวกันได้ หากผื่นปกปิดมิดชิดและไม่มีการสัมผัสโดยตรงกับแผลค่ะ
  • หากมีผื่นบริเวณกว้าง หลายจุด หรือแฟนมีภูมิคุ้มกันต่ำ ควรระวังมากขึ้นค่ะ
  • ถ้าแฟนไม่เคยเป็นอีสุกอีใสจริง ๆ อาจพิจารณาปรึกษาแพทย์เรื่องวัคซีนอีสุกอีใสค่ะ เพราะช่วยลดโอกาสติดเชื้อได้ค่ะ

อีกเรื่องที่สำคัญคือ ถ้าคุณเริ่มมีอาการมา 5 วันแล้ว หากยังไม่ได้กินยาต้านไวรัส ควรปรึกษาแพทย์ค่ะ เพราะยาจะได้ผลดีที่สุดภายใน 72 ชั่วโมงแรก แต่บางกรณียังอาจมีประโยชน์หากผื่นยังขึ้นใหม่หรือปวดมากค่ะ และถ้ามีอาการปวดรุนแรง ผื่นขึ้นใกล้ตา หน้า หรือมีไข้สูง ควรพบแพทย์ทันทีค่ะ

ขณะที่เป็นงูสวัด แต่มาหลายวัน 5 วัน สามารถออกกำลังกายได้หรือไม่ และซีกที่มีอาการปวดที่เส้นประสาทนั้น จะปวดตลอดชีวิตมั้ย หรือจำเป็นต้องเพิ่งยาอะไรหรือเปล่าเพื่อลดอาการปวด หลังจากหายงูสวัด

ขณะที่เป็นงูสวัดอยู่ประมาณ 5 วัน “สามารถออกกำลังกายได้” ถ้าอาการไม่หนักค่ะ แต่ควรเลือกแบบเบา ๆ และดูตามสภาพร่างกายตัวเองค่ะ เพราะช่วงนี้ร่างกายยังมีการอักเสบของเส้นประสาทและภูมิคุ้มกันกำลังทำงานอยู่ หากหักโหมอาจทำให้อ่อนเพลียหรือปวดมากขึ้นได้ค่ะ สิ่งที่แนะนำคือ เดินเบา ๆ ยืดเหยียด โยคะเบา ๆ หรือคาร์ดิโอระดับไม่หนักค่ะ แต่ควรหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนัก วิ่งหนัก เวทหนัก หรือกิจกรรมที่ทำให้เสียดสีกับผื่นงูสวัดค่ะ โดยเฉพาะถ้าผื่นยังมีตุ่มน้ำสดหรือเจ็บแสบมากค่ะ หากออกกำลังกายแล้วรู้สึกปวดแสบ ปวดลึกตามแนวเส้นประสาท หรืออ่อนเพลียมาก ควรพักก่อนค่ะ

เรื่องอาการปวดเส้นประสาทหลังงูสวัด หลายคนกังวลมาก ซึ่งอาการนี้เรียกว่า “Postherpetic neuralgia” หรืออาการปวดปลายประสาทหลังงูสวัดค่ะ ไม่ใช่ทุกคนจะเป็นตลอดชีวิตนะคะ ส่วนใหญ่จะค่อย ๆ ดีขึ้นภายในไม่กี่สัปดาห์ถึงหลายเดือนค่ะ แต่บางคน โดยเฉพาะอายุมากกว่า 50 ปี ผื่นรุนแรง หรือปวดมากตั้งแต่แรก อาจมีอาการปวดต่อเนื่องนานได้ค่ะ ลักษณะปวดมักเป็น ปวดแสบ ปวดจี๊ด เหมือนไฟช็อต หรือผิวไวต่อการสัมผัสค่ะ ถ้าอาการปวดหลังผื่นเริ่มหายยังรบกวนชีวิตประจำวัน ควรพบแพทย์เพื่อประเมินและให้ยาลดปวดเส้นประสาทค่ะ

ยาที่มักใช้ถ้ามีอาการปวดเส้นประสาทหลังงูสวัด ได้แก่ ยากลุ่ม gabapentin หรือ pregabalin ซึ่งช่วยลดอาการปวดเส้นประสาทโดยตรงค่ะ บางรายอาจใช้ยาทา lidocaine patch หรือยากลุ่ม antidepressants บางชนิดที่ช่วยเรื่องเส้นประสาทค่ะ ส่วนยาแก้ปวดทั่วไป เช่น พาราเซตามอล หรือ NSAIDs อาจช่วยได้บางส่วนในช่วงอักเสบแรก ๆ ค่ะ สิ่งสำคัญคือพักผ่อนให้เพียงพอ ลดความเครียด และไม่แกะเกาผื่นค่ะ หากผื่นยังขึ้นใหม่ ปวดมากขึ้น หรือมีอาการชาบริเวณกว้าง ควรกลับไปพบแพทย์ค่ะ

ผลข้างเคียงจากการรับประทานยาแก้ปวดของงูสวัดมีหรือไม่ และสามารถมีวิธีอื่นใดบ้างที่ไม่พึ่งยากิน ทั้งนี้ อาการปวดหลังจากหายงูสวัดจะมีอุปสรรคต่อชีวิตประจำวันหรือไม่ รวมไปถึงโอกาสเป็นซ้ำมีหรือไม่

ยาแก้ปวดที่ใช้ในงูสวัด “มีโอกาสเกิดผลข้างเคียงได้” แต่ไม่ใช่ทุกคนจะเจอค่ะ และขึ้นอยู่กับชนิดยา ระยะเวลาที่ใช้ รวมถึงโรคประจำตัวของแต่ละคนค่ะ หากเป็นยาแก้ปวดทั่วไป เช่น พาราเซตามอล มักค่อนข้างปลอดภัยถ้าใช้ตามขนาดที่เหมาะสม แต่ถ้ากินเกินขนาดอาจกระทบตับค่ะ ส่วนยาแก้อักเสบกลุ่ม NSAIDs เช่น ibuprofen หรือ diclofenac อาจระคายกระเพาะ ทำให้ปวดท้อง กรดไหลย้อน ความดันสูง หรือมีผลต่อไตได้ โดยเฉพาะถ้าใช้ต่อเนื่องค่ะ สำหรับยาลดปวดเส้นประสาท เช่น gabapentin หรือ pregabalin ที่ใช้ในกรณีปวดแสบปวดจี๊ดหลังงูสวัด ผลข้างเคียงที่พบได้คือ ง่วง เวียนหัว มึน เดินเซ หรือบวมค่ะ บางคนอาจรู้สึกเบลอในช่วงแรก แต่หลายรายอาการจะค่อย ๆ ดีขึ้นเมื่อร่างกายปรับตัวค่ะ ดังนั้นแพทย์มักเริ่มจากขนาดต่ำก่อนค่ะ

ถ้าอยากลดอาการปวดโดยไม่พึ่งยากิน ยังมีหลายวิธีที่ช่วยได้ค่ะ เช่น ประคบเย็นบริเวณที่ปวดหรือแสบ เพื่อลดการอักเสบของผิวและเส้นประสาทค่ะ ใส่เสื้อผ้านุ่ม ไม่รัดแน่น เพราะผิวช่วงหลังงูสวัดจะไวต่อการสัมผัสมากค่ะ พักผ่อนให้เพียงพอ เพราะการนอนน้อยและความเครียดสามารถกระตุ้นให้ปวดเส้นประสาทชัดขึ้นค่ะ บางคนได้ผลจากการฝึกผ่อนคลาย โยคะเบา ๆ หรือทำกายภาพเพื่อลดความตึงของกล้ามเนื้อรอบบริเวณที่ปวดค่ะ นอกจากนี้มีทางเลือกอย่างแผ่นแปะ lidocaine หรือครีมบางชนิดที่ช่วยลดปวดเฉพาะที่โดยไม่ต้องกินยาเข้าสู่ร่างกายมากค่ะ แต่ควรใช้ตามคำแนะนำแพทย์หรือเภสัชกรค่ะ

อาการปวดหลังงูสวัด “ไม่จำเป็นต้องอยู่ตลอดชีวิต” ค่ะ คนส่วนใหญ่จะค่อย ๆ ดีขึ้นภายในไม่กี่สัปดาห์ถึงหลายเดือน แต่บางคนอาจปวดเรื้อรังได้ โดยเฉพาะอายุเยอะ ผื่นรุนแรง หรือเริ่มรักษาช้าค่ะ อาการอาจรบกวนการนอน การใส่เสื้อผ้า การทำงาน หรือสมาธิในชีวิตประจำวันได้ในช่วงแรกค่ะ แต่มีแนวทางรักษาหลายแบบและมักควบคุมอาการได้ค่ะ ส่วนโอกาสเป็นงูสวัดซ้ำ “มีได้” แม้จะไม่ได้พบบ่อยมากค่ะ โดยเฉพาะช่วงภูมิคุ้มกันตก เครียด พักผ่อนน้อย มีโรคเรื้อรัง หรืออายุมากขึ้นค่ะ หลังหายแล้วสามารถพิจารณาฉีดวัคซีนงูสวัดเพื่อลดโอกาสเป็นซ้ำและลดความรุนแรงของอาการปวดเส้นประสาทได้ค่ะ