เท้าชาเวลาเดินนานๆ เกิดจากรองเท้าหรือเส้นประสาทครับ ช่วยแนะนำหน่อย
อาการเท้าชาเวลาเดินนาน ๆ อาจเกิดได้ทั้งจาก “รองเท้า” และ “เส้นประสาท” ค่ะ โดยสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดมักเริ่มจากรองเท้าคับ พื้นแข็ง หรือการลงน้ำหนักเท้านานเกินไป ทำให้เส้นประสาทและการไหลเวียนเลือดบริเวณฝ่าเท้าถูกกดทับชั่วคราวค่ะ ถ้าอาการชาจะดีขึ้นหลังนั่งพัก ถอดรองเท้า หรือเปลี่ยนรองเท้าใหม่ ก็มักเข้าทางเรื่องรองเท้าหรือแรงกดมากกว่าค่ะ แต่ถ้าเริ่มมีอาการชาบ่อยขึ้น ชาต่อเนื่อง หรือเป็นแม้ไม่ได้เดินนาน อาจต้องระวังเรื่องเส้นประสาทค่ะ
สาเหตุที่เป็นไปได้ มีดังนี้ค่ะ
- รองเท้าคับหรือหน้าเท้าแคบเกินไป → กดเส้นประสาทบริเวณหน้าเท้า ทำให้ชาหรือแสบปลายเท้าค่ะ
- พื้นรองเท้าแข็ง / ไม่มี support → ทำให้ฝ่าเท้ารับแรงกระแทกมาก เดินนานแล้วชาได้ค่ะ
- เส้นประสาทถูกกดทับ เช่น tarsal tunnel syndrome → มักมีชา แสบ ร้อน หรือไฟช็อตบริเวณฝ่าเท้าค่ะ
- หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทจากหลัง → อาจมีชาร้าวจากก้น ต้นขา ลงน่องหรือเท้าค่ะ
- เบาหวาน / ขาดวิตามินบี / ปลายประสาทอักเสบ → มักชาแบบค่อย ๆ เป็นทั้งสองข้าง โดยเฉพาะกลางคืนค่ะ
- การไหลเวียนเลือดไม่ดี → อาจมีเท้าเย็น ปวดน่องเวลาเดินร่วมด้วยค่ะ
คำแนะนำเบื้องต้นค่ะ
- ลองเปลี่ยนรองเท้าที่หน้าเท้ากว้างขึ้น พื้นนุ่ม และรองรับอุ้งเท้าค่ะ
- หลีกเลี่ยงเดินหรือยืนนานต่อเนื่อง พักเหยียดเท้าเป็นระยะค่ะ
- สังเกตว่า “ชาเฉพาะคู่เดิม” หรือ “เป็นกับรองเท้าบางคู่” หรือไม่ค่ะ
- ถ้ามีอาการเหล่านี้ควรพบแพทย์เพื่อตรวจเส้นประสาทหรือระบบไหลเวียนเลือดค่ะ
- ชาต่อเนื่องแม้พักแล้ว
- อ่อนแรง เดินสะดุด
- ปวดหลังร้าวลงขา
- เป็นทั้งสองเท้ามากขึ้นเรื่อย ๆ
- มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวานค่ะ