ทำไมเวลาแปรงฟันแล้วมีเลือดออกตามไรฟันบ่อยๆ คะ เปลี่ยนแปรงสีฟันแล้วก็ยังเป็น ต้องไปขูดหินปูนไหม
อาการเลือดออกตามไรฟันเวลาแปรงฟันบ่อย ๆ แม้จะเปลี่ยนแปรงสีฟันแล้ว ก็ยังพบได้จากหลายสาเหตุค่ะ แต่สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดคือ “เหงือกอักเสบ” จากคราบพลัคและหินปูนสะสมบริเวณขอบเหงือกค่ะ เมื่อมีการอักเสบ เหงือกจะบวม แดง และเลือดออกง่ายเวลาถูกแปรงหรือใช้ไหมขัดฟันค่ะ การเปลี่ยนแปรงอย่างเดียวอาจช่วยลดการระคายเคืองได้บ้าง แต่ถ้ายังมีคราบหินปูนติดอยู่ อาการมักไม่หายเองค่ะ นอกจากนี้ยังมีปัจจัยอื่นได้ เช่น แปรงแรงเกินไป ใช้แปรงขนแข็ง ขาดการใช้ไหมขัดฟัน สูบบุหรี่ ฮอร์โมนเปลี่ยนแปลง รวมถึงบางโรคหรือยาบางชนิดที่ทำให้เลือดออกง่ายค่ะ
เรื่อง “ควรขูดหินปูนไหม” ถ้ามีเลือดออกบ่อย มีกลิ่นปาก เหงือกบวม หรือรู้สึกมีคราบแข็ง ๆ ตามซอกฟัน แนะนำให้พบทันตแพทย์เพื่อตรวจและขูดหินปูนค่ะ เพราะหินปูนเป็นคราบแข็งที่แปรงออกเองไม่ได้ การขูดหินปูนจะช่วยลดการอักเสบของเหงือก และหลายคนอาการเลือดออกจะค่อย ๆ ดีขึ้นภายใน 1–2 สัปดาห์หลังทำค่ะ โดยทั่วไปควรขูดหินปูนทุก 6 เดือน หรือบ่อยกว่านั้นถ้ามีหินปูนสะสมเร็วค่ะ
ระหว่างนี้สามารถดูแลตัวเองได้ดังนี้ค่ะ
- ใช้แปรงขนนุ่ม และแปรงเบา ๆ บริเวณขอบเหงือกค่ะ
- แปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง และใช้ไหมขัดฟันทุกวันค่ะ
- หากเพิ่งเริ่มใช้ไหมขัดฟันแล้วมีเลือดออกช่วงแรก ยังพบได้ แต่ถ้าทำต่อเนื่องมักจะดีขึ้นค่ะ
- เลี่ยงการสูบบุหรี่ และลดของหวานเหนียวติดฟันค่ะ
- ถ้าเลือดออกมากผิดปกติ ฟันโยก เหงือกร่น มีหนอง หรือมีจ้ำเลือดตามตัวร่วมด้วย ควรพบแพทย์เร็วขึ้นค่ะ